อย่าห่วงงบไม่พอ!! “อนุทิน” ลั่น! รัฐบาลนี้ “บัตรทอง” ไม่มีร่วมจ่าย เน้นลดเจ็บป่วย-ใช้งบคุ้มค่า พยุงเศรษฐกิจไทย

“อนุทิน” ยันรัฐบาลนี้ “บัตรทอง” ไม่มีร่วมจ่าย ลั่นไม่เพิ่มภาระปชช. อะไรที่ให้แล้วไม่เอาคืน มีแต่ให้เพิ่ม อย่าห่วงงบไม่พอ จ่อลุยส่งเสริมสุขภาพ ปชช. ลดเจ็บป่วย ลดแออัด รพ. ลดค่าใช้จ่าย ฟุ้งใช้งบบัตรทอง 2-3 แสนล้านบาทคุ้มค่าที่สุด ซื้อเวชภัณฑ์ผลิตในประเทศ ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำ 3 กองทุน ชุดสิทธิประโยชน์หลัก-เสริม ถ้ามีประโยชน์ทำต่อแน่นอน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 ส.ค.  ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเปิดการประชุมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการระดับประเทศ ปี 2562 ว่า รัฐบาลยืนยันที่จะสานต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) จึงไม่ต้องไปกังวลเรื่องของการร่วมจ่ายหรือโคเพย์เมนต์ (Co-Payment) ระบบนี้ยังต้องอยู่ต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันฯ จะทำให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการทั้ง 3 กองทุน ให้เกิดความยั่งยืน ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ไม่เดือดร้อนหรือล้มละลายจากค่าใช้จ่ายสุขภาพ ได้รับความเท่าเทียมในการรับบริการ

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่จะดำเนินการเพิ่ม คือ สร้างหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม เข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเท่าเทียม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทางการแพทย์ เชื่อมโยงข้อมูลบิ๊กดาตาด้านสุขภาพ กำหนดทิศทางบริหารกองทุนให้รองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเจ็บป่วยจากสภาพแวดล้อม สังคม โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ โรคไม่ติดต่อ อุบัติเหตุ ฯลฯ ขยายบริการรูปแบบใหม่ เช่น กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ร้านยาชุมชนอบอุ่น เป็นต้น สำหรับการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ทุกไอเดียมีความหมาย สปสช.และ สธ.จะคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแน่นอน

“นโยบายผมที่มอบให้หน่วยงานใน สธ. คือ บริการให้ดีที่สุด ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น ขณะเดียวกันอยากฝากให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง อย่าป่วย อย่าคิดว่ามีคนมารักษา มีบัตรทองไม่เสียเงิน หรือรายได้ดีก็เข้าโรงพยาบาลชั้นนำได้ เพราะสุดท้ายก็จะเจ็บทั้งตัวและกระเป๋า ซึ่งการไม่ได้ใช้ค่าใช้จ่ายจากการรักษา ถือเป็นการทำบุญทุกวัน เพราะงบบัตรทองเป็นการเหมาจ่ายรายหัว หากพร้อมใจกันป่วยหัวละหมื่นก็ไม่พอ แต่หากเราไม่ป่วย ก็จะมีเงินไปใช้รักษาคนที่เจ็บป่วยจริงๆ ที่สำคัญหากคนไทยพร้อมใจกันแข็งแรง ก็จะทำงานได้ จ่ายภาษี ทำให้เศรษฐกิจประเทศแข็งแรงด้วย เพราะสาธารณสุขคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ การมีฐานรากมั่นคงแข็งแกร่งดีกว่ามียอดที่สูงใหญ่บนฐานรากที่อ่อนแอ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งจะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจเป็นครั้งแรก ตนจะเสนอนายกฯ ว่า เงิน สปสช.เท่าไรก็ไม่พอ แต่ทำได้อย่างเดียว คือ ทำให้ สปสช.ใช้เงินคุ้มค่าที่สุด เช่น ซื้อเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ต่างๆ ต้องผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจประเทศที่ต้องซ่อมอย่างหนักได้ เพราะการใช้จ่ายงบประมาณสุขภาพ 2-3 แสนล้านบาท หากใช้ในประเทศก็จะหมุนได้หลายรอบ เป็นโอกาสที่ไม่ได้เสียเปล่า ใช้ให้เป็นจ่ายให้เป็นรับให้เป็นก็จะอยู่ได้

เมื่อถามว่าจะไม่มีการร่วมจ่ายในยุคนี้แน่นอนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าตนเป็น รมว.สธ.และอยู่ในความรับผิดชอบของตน ก็ยังยืนยันว่า บัตรทองยังเป็นภาระที่รัฐบาลให้การดูแล สิ่งที่ประชาชนเคยได้รับมา ก็ต้องไม่เอาภาระไปเพิ่มให้ประชาชน สิ่งที่ให้ไปแล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่เอาคืน และต้องได้รับสิ่งที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่านี้ ทั้งการบริการ การรักษา การสร้างเสริมสุขภาพ ส่วนที่ถามว่าการร่วมจ่ายไม่ได้มีแค่ ณ จุดบริการ ตรงนี้รายละเอียดยังไม่ได้ศึกษา ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาในรัฐบาลก่อน ก็ไม่เป็นไร คงต้องถามเลขาธิการ สปสช. และปลัด สธ.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

เมื่อถามว่าสังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เงินอาจจะไม่พอ จนต้องร่วมจ่าย นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แก้ไขไปตามสถานการณ์ สังคมผู้สูงอายุที่มากขึ้นนั้น แสดงว่าพื้นฐานสุขภาพต้องดีขึ้น ถ้ายิ่งให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจการดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ใช่ประเด็นน่ากลัวว่าคนป่วยทั้งประเทศแล้วรัฐดูแลไม่ไหว เพราะไม่มีใครอยากป่วย แต่ต้องทำให้คนมีความรู้ เข้าใจ มีสุขภาพแข็งแรง พึ่งพาการรักษาพยาบาลให้น้อยที่สุด ก็จะช่วยลดความแออัดใน รพ.ด้วย