ศิษยานุศิษย์เศร้า!! เกจิดัง 6 แผ่นดิน “หลวงปู่สอ” ละสังขารแล้ว สิริอายุ 114 ปี พรรษา 94

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากศิษยานุศิษย์หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 6 แผ่น วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ พระเกจิชื่อดังวิทยาคมเข้มขลัง แห่งวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดดังกล่าว ในวัย 114 ปี พรรษา 94 สร้างความเศร้าสลดแก่คณะลูกศิษย์และญาติ รวมทั้งสาธุชนที่ทราบข่าว

นายชินพงษ์ กุลยะ ลูกศิษย์ที่ดูแลและใกล้ชิดหลวงปู่ กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่สอจะมรณภาพ ได้มีโรคชราภาพ ใช้ที่ครอบปากช่วยหายใจ บางครั้งก็ต่อสายออกซิเจนช่วยหายใจ ก่อนสิ้นลมมีอาการปอดติดเชื้อและความดันตก กระทั่งสิ้นลมเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เบื้องต้นคณะสงฆ์และลูกศิษย์ รวมทั้งญาติได้หารือกันว่าจะประกอบพิธีสรงน้ำศพในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเวลาช่วงบ่ายเป็นต้นไป แต่กำหนดเวลายังไม่ชัดเจน ซึ่งมีลูกศิษย์ที่ทราบข่าวแห่มาที่วัดกว่า 100 คนแล้ว

สำหรับหลวงปู่สอ มีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายรัชกาลที่ 5 เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 6 คน

เมื่อแรกเกิด มารดาหลวงปู่บอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอ จะได้บวช ขณะที่ชีวิตในวัยเด็ก มีนิสียเป็นคนเรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน บุพการีจึงได้พาเข้ากราบหลวงปู่สีทัตถ์ จึงเกิดความเลื่อมในศรัทธา จึงขอติดตามไปยังภูเขาควายฝั่งลาว และได้บวชเป็นสามเณรรับใช้อุปัฏฐากเล่าเรียนสรรพวิชา และวิทยาคมต่างๆ

กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อุปสมบท มีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่รับใช้อุปัฏฐากผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ระยะหนึ่ง จึงได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาและภูผา จนกระทั่งได้รับทราบข่าวอาการป่วยของมารดา ในขณะที่หลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงลาสิกขามาดูแลบุพการีจนวาระสุดท้าย

ต่อมาจึงเข้าอุปสมบทอีกครั้ง และได้ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามป่าเขาในพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะข้ามไปฝั่งลาวที่บ้านบุ่ง อยู่จำพรรษา พัฒนานาวัดบ้านบุ่งนานหลายปี ก่อนออกเดินธุดงค์ไปพบหลวงปู่สีทัตถ์ จนท่านมรณภาพ

หลังผู้เป็นอาจารย์ละสังขาร จึงเดินทางกลับมาที่ฝั่งไทย จำพรรษาที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ในช่วงนั้นยังมีครูบาอาจารย์ที่เป็นสหธรรมิก และศิษย์ผู้พี่หลายท่าน อาทิ หลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้วเหนือ ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ในหลวงปู่สีทัตถ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ของหลวงปู่ ,หลวงปู่คาน คันธิโย และยังไปศึกษาข้อวัตรกับหลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม อยู่บ่อยครั้ง จนเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

ก่อนที่หลวงปู่ท่านจะมรณภาพลงอย่างสงบ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนรูปหนึ่งในภาคอีสาน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย สายตายังมองเห็นชัด หูได้ยินเป็นปกติ ที่ทำให้อายุยืน เหงือกและฟันยังอยู่ครบเต็มปาก ฉันภัตตาหารเนื้อปลา ยอดผักสด กล้วยน้ำหว้าวันละ 1 ลูก

ส่วนเคล็ดลับที่ท่านอายุยืน หลวงปู่สอเคยเล่าให้ฟังว่า ใช้วิชาปั่นธาตุ ซึ่งหมายถึงการนั่งจิตภาวนา สลับธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟในร่างกาย เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

ด้านวัตถุมงคลของหลวงปู่สอแต่ละรุ่น ที่ท่านเมตตาให้จัดสร้าง ได้รับความนิยมอย่างสูง จนหนังสือพิมพ์และนิตยสารชั้นนำต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลย์เซีย ได้นำประวัติและวัตถุมงคลหลวงปู่ไปตีพิมพ์ จนวัตถุมงคลรุ่น 1 ถึงรุ่น 3 เป็นที่หายากไปแล้ว

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

%d bloggers like this: