หมอเตือน!! อันตราย 3-4 วันถ่าย ท้องผูกเรื้อรังจนลำไส้อุดตัน ต้องตัดทิ้ง!?

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเตือนผู้ที่มักมีอาการท้องผูก พร้อมภาพประกอบ ความว่า ท้องผูกเรื้อรังจนลำไส้อุดตัน

ตัวอย่างเคส ผู้ป่วยอายุ 68 ปี มีอาการท้องผูก 3-4วัน จึงถ่ายสักครั้ง อุจจาระแข็ง ต้องออกแรงเบ่ง จึงกินยาระบาย สวนสบู่เป็นประจำ จนในที่สุดเกิดลำไส้อุดตัน ปวดท้อง ท้องอืดมาก ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ตัดลำไส้บางส่วนที่โป่งพองอย่างมากทิ้งไปแล้วต่อลำไส้ใหม่ ท้องผูกเรื้อรัง จึงไม่ใช่ภาวะปกติที่จะปล่อยวางได้

โดย พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างหรือปัจจัยบางประการอาจเอื้อต่อการเกิดอาการท้องผูกได้ง่ายมากขึ้น เช่น

การอั้นอุจจาระ
รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
น้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป
ดื่มน้ำน้อย
ความเครียดหรือความกดดัน โรคทางจิตเวช
ปัญหาทางด้านจิตใจ
มีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่
อยู่ในวัยผู้สูงอายุ


ทั้งนี้ การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยท้องผูกจากภาวะที่ลำไส้เคลื่อนไหวช้า หรือโป่งพองจนไม่สามารถบีบรัดตัวได้แล้ว ที่รักษาโดยการรับประทานยาแล้วไม่ได้ผลและมีความผิดปกติชัดเจนของกล้ามเนื้อและระบบประสาทของลำไส้ที่ได้รับการตรวจยืนยันชัดเจนแล้ว โดยวิธีนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์เฉพาะทางผู้ชำนาญการเท่านั้น

สำหรับ การฝึกการขับถ่าย (Biofeedback Training) สอนให้ผู้ป่วยขับถ่ายอย่างถูกวิธี ด้วยเครื่องมือที่แสดงการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย ซึ่งสามารถแสดงผลกล้ามเนื้อเชิงกรานและกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณทวารหนักทั้งหมดของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวิธีการขับถ่ายที่ถูกต้อง ทั้งท่าทาง การหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูด และการรับรู้ความรู้สึก

โดยจะทำการฝึกทั้งหมด 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 – 40 นาที วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลในระยะยาว เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องรับประทานยา รวมถึงการจัดท่านั่งที่เหมาะสมต่อการขับถ่าย

ทั้งนี้ การปรับพฤติกรรม ได้แก่ ขับถ่ายอุจจาระเมื่อรู้สึกครั้งแรก อย่ารอจนสัญญาณการขับถ่ายอ่อนลง นั่งขับถ่ายในท่านั่งที่เหมาะสม รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ดื่มน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอ

Facebook Comments

ระดมกวาดล้าง!! จนท.จู่โจมบุกจับ นักค้ายาบ้า อ.นาเชือก

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของนายจารุวัฒน์ วงศ์จอม นายอำเภอนาเชือก จ.มหาสารคาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอนาเชือก(ผอ.ศป.ปส.อ.นาเชือก) ได้อนุมัติสั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลัง ร้อย อส.อ.นาเชือกที่8. ,ชปพ.ปค.อ.นาเชือก จนท.ตำรวจ สภ.ปอพาน และหน่วยเกี่ยวข้อง ปฏิบัติการตามคำสั่งยุทธการกวาดล้างภัยยาเสพติดและภัยความมั่นคง ณ พื้นที่เป้าหมาย บ.เหล่าค้อใหม่ ม.12 ต.ปอพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม

ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดได้ 3 ราย พร้อมของกลางมีทั้งยาบ้า ไอซ์ และอาวุธปืนจำนวนมาก!!! และพบผู้เสพยาเสพติดมีทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ โดยในส่วนผู้เสพนี้จะได้นำเข้าระบบบำบัดรักษาต่อไป

ทั้งนี้ เป้าหมายรายสำคัญที่ทุกหน่วยต้องการ สามารถหลบหนีไปได้ จึงได้ใช้กลไกต่างๆดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

//ปกครองอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม

Facebook Comments

ฝนยังตกหนัก!! น้ำป่าเขาใหญ่ ทะลักท่วม “ปากช่อง” แล้ว!

วันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ลงสู่พื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามลำตะคองเป็นจำนวนมาก หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวันนั้น ล่าสุดมวลน้ำป่าดังกล่าวได้ทะลักเข้าท่วมถนน สะพานลำตะคอง รีสอร์ท และบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ริมตลิ่งลำคะคอง หลายจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านคลองเพล ต.หมูสี อ.ปากช่อง ซึ่ง เป็นพื้นที่รับน้ำจุดแรกจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอปากช่อง เปิดเผยว่า มวลน้ำป่าก้อนแรกจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ผ่านเข้าสู่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และท่วมบริเวณริมตลิ่งโดยระดับน้ำสูงกว่าระดับปกติประมาณ 3 เมตร จนถึงขณะนี้มวลน้ำทยอยไหลไปตามลำตะคองลงสู่ตำบลด้านล่าง เข้าสู่ตัวเมือง อ.ปากช่องแล้ว คาดว่าระดับน้ำน่าจะต่ำลงอาจสูงกว่าระดับน้ำปกติประมาณ 1 เมตร ในช่วงไหลผ่านเขตตัวเมืองปากช่อง เนื่องจากมวลน้ำป่าถูกแบ่งไหลไปหลายสาขา จึงทำให้ไม่รุนแรงมากนัก แต่ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงลำน้ำให้เฝ้าระวัง และไม่ลงไปเล่นน้ำเพราะอาจเกิดอันตรายได้

อย่างไรก็ตามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า ตลอดทั้งวันนี้ มีฝนตกหนักบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อย่างต่อเนื่อง และจะมีมวลน้ำก้อนที่ 2 ไหลลงมาในพื้นที่ด้านล่างอีก ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในการรับมือไว้

นายสุรพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ ต.หมูสี ต.หนองน้ำแดง ต.ขนงพระ และใน อ.ปากช่องบางส่วน เตรียมเก็บข้าวของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน ทั้งเส้นทางน้ำผ่านลำตะคองและในเขตตัวอำเภอปากช่อง เพราะยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามวลน้ำก้อนที่ 2 จะมากน้อยเพียงใด ซึ่ง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ติดต่อมาสอบถามมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งกำชับให้ดูแลประชาชนเป็นหลัก และให้เตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากมีเหตุน้ำท่วมหนักจะได้สามารถอพยพประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

“ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำป่าจากอทุยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ไหลท่วมพื้นที่ อ.ปากช่อง บางส่วนในขณะนี้ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเช่นนี้ทุกปี และไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก เชื่อว่ามวลน้ำป่าจากเขาใหญ่จะส่งผลดีต่อระดับน้ำเขื่อนลำตะคอง ซึ่งได้ไหลไปเติมน้ำในเขื่อนมาประมาน 2 วันแล้ว” นายสุรพันธ์ กล่าวในตอนท้าย

Facebook Comments

เคาะแล้ว!! ‘จุรินทร์’ ประกันราคาข้าว สูงสุดตันละ 15,000 บ. ช่วยชาวนาทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.62 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงหลังการประชุม 3 ฝ่าย โดยกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกรโดยสมาคมชาวนา และผู้เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์
โดยมีความเห็นร่วมกันว่า เห็นชอบโครงการประกันรายได้ข้าว ในข้าว 5 ประเภท ได้แก่

1.ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 หมื่นบาท ความชื้น 15% โดยประกันรายได้ให้ไม่เกินละ 30 ตัน/ครัวเรือน หรือไม่เกิน 40 ไร่
2.ข้าวเหนียว ประกันที่ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่
3.ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท ที่ไม่เกิน 40 ไร่ หรือ 14 ตัน
4.ข้าวหอมนอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 40ไร่ หรือไม่เกิน 16 ตัน
5.ข้าวหอมปทุม ไม่เกิน 11,000 บาท ไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 25 ตัน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า จะเริ่มดำเนินการโดยเข้าที่ประชุม หารือ นบข.(คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ) ก่อนเพื่อกำหนดเวลาต่อไป งบประมาณการเบื้องต้นจะหารือในที่ประชุม นบข. โดยให้เกษตรกรชาวนา ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร

รายงานแจ้งว่า หลักเกณฑ์กลางในการอ้างอิงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโดยประกาศราคาอ้างอิงทุก 15 วัน ส่วนการใช้สิทธิ์และการจ่ายเงินนั้น เกษตรกรทำสัญญากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์โดยโครงการจ่ายตรงผ่านบัญชีการกำกับดูแลมีการตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลแก้ไขปัญหาและกรรมการนโยบายบริหารข้าวระดับจังหวัด
ทางด้านมาตรการคู่ขนานจะดำเนินการด้านการผลิตโดยลดต้นทุนการผลิต บริหารจัดการค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเก็บเกี่ยว การส่งเสริมระบบการเกษตรแปลงใหญ่หรือนาแปลงใหญ่ การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และโครงการประกันภัยพืชผล เช่นโครงการประกันภัยข้าวนาปี

มาตรการประหยัดตลาด คือ การตลาดนำการผลิตการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์และข้าวจ GAP หรือข้าวที่ผ่านมาตรฐานการเพาะปลูก และการส่งเสริมการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ ส่วนมาตรการระยะยาว คือ การพัฒนาชาวนาให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมการผลิตข้าว

ส่วนมาตรการด้านการตลาดนั้น งานเร่งด่วนคือการปรับสมดุลโดยการให้สินเชื่อชะลอการขาย การใช้สินเชื่อโดยสถาบันเกษตรกรหรือการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก การปรับปรุงทางด้านยุทธศาสตร์ข้าวไทย และการรักษาตลาดส่งออก ทั้งตลาดเดิม ตลาดเก่า (อิรัก) และขยายตลาดใหม่

Facebook Comments

ราคาพุ่ง!! ไม่มีแล้วข้าวเหนียวนึ่ง ห่อละ 5 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเชียงใหม่และชาวภาคเหนือที่บริโภคข้าวนึ่ง หรือข้าวเหนียวนึ่งเป็นอาหารหลักต้องประสบปัญหาอย่างหนัก

2 สัปดาห์หลัง ข้าวเหนียวนึ่งขึ้นจาก กก.ละ 20-25 เป็น 40-50 บาท เช่นที่ ตลาดประตูเชียงใหม่ จาก 35 เป็น 50 บาท ส่วนตลาดชุมชนจาก 30 เป็น 40 บาท

แม่ค้าร้านข้าวนึ่ง บอกว่า ราคาข้าวของยี่ปั๊ว ข้าวเหนียวสันป่าตองจากกระสอบละ 800 บาท ปรับขึ้นเป็นกระสอบละ 1700 บาท ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากกระสอบละ 1200 บาทปรับขึ้นมาเป็น 2000 บาท

เมื่อมานึ่งขายไม่สามารถจำหน่ายในราคา 5 บาทได้แล้ว เพราะนอกจากจะได้น้อยแล้วยังต้องแบกภาระเรื่องของค่าถุง ค่าน้ำ ค่า แก๊สสำหรับนึ่งจึงต้องขอขยับราคาขายขั้นต่ำขึ้นมาที่ 10 บาท

ที่ร้านสงสารคนซื้อยังพยายามขาย กก.ละ 40 บาท แต่ถ้าราคาข้าวสารข้าวเหนียวยังไม่ลดลงก็อาจต้องปรับขึ้นอีก

ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็วอนให้ภาครัฐเข้ามาควคุมคุมราคาข้าวเหนียวอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกระทบโดยตรงกับปากท้องของชาวบ้าน เงินประชารัฐแม้จะได้มาก็คงไม่พอแบกภาระค่าอาหารอย่างข้าวเหนียวที่ต้องกินกันทุกวัน บางคนจากที่เคยซื้อ 5 บาท กินได้ 1-2 มื้อมาวันนี้ต้องซื้อ 10 บาทสำหรับกินคนเดียว และอาจจะไม่อิ่มด้วย ครั้นจะนึ่งเองสำหรับครอบครัวเล็กๆ ก็ยากเนื่องจากการนึ่งต้องมีขั้นตอนใช้เวลา และนึ่งทีละมากๆ ถึงจะคุ้มค่าแก๊ส ทางออกหลักจึงเลือกที่จะซื้อข้าวเหนียวนึ่งเป็นกิโลมากกว่านึ่งเอง

Facebook Comments

เตือนภัย!! อ.น้อย นาทามเร็คคอร์ด โดนแฮกเฟสบุ๊คยืมเงิน เข้าแจ้งความสภ.โกสุมพิสัย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 สิงหาคม 2562 ร.ต.อ.ธิปชลัช ทองธรรมชาติ รองสารวัตร สอบสวน สภ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ได้รับแจ้งความจาก นายสมเด็จ แดนกองแก้ว อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.8 บ้านแหเหนือ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ตำแหน่งผู้บริหารค่ายเพลงนาทามเรคคอ์ด และผู้อยู่เบื้องหลังดารานักแสดงชื่อดังมากมาย ใช้บัญชีเฟสบุค ชื่อ อาจารย์น้อย นาทามเร็คคอร์ด

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ร้านน้อยเวดดิ้ง ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 16 ส.ค.62 เวลาประมาณ 14.30 น. ได้หยิบโทรศัพท์มือถือมาเพื่อเข้าเฟสบุคแต่ไม่สามารถเข้าใช้บัญชีเฟสบุคทางโทรศัพท์มือถือได้ จึงได้พยายามแก้ไขโดยให้ผู้อื่นช่วย จนถึงเวลาประมาณ 19.20 น. จึงสามารถเข้าใช้บัญชีเฟสบุคได้

ในช่วงเวลาที่เราเข้าเฟสบุคไม่ได้นั้นเพื่อนในเฟสบุค ได้รับข้อความบอกว่าขอยืมเงินเพื่อนในเฟสบุค หลายคน โดยให้ใช้วิธีการโอนเติมเงินให้กับหมายเลขโทรศัพท์ เบอร์หนึ่ง ถึงมีคนโดนไป 2 คน คนแรกเติมไปให้ 2300 บาทโดยข้อความให้เติมเงินให้อาจารย์หน่อย สัก 3000 บาท แต่มีเงินเท่านี้เลยเติมให้เท่านี้ คนที่สอง มาซื้อของพกเงินมาแค่ 150 เลยเติมไปให้ 100 บาท

จากนั้นช่วงที่แก้ปัญหากันอยู่ก็ได้ให้เพื่อทำการโพสในเฟสบุคว่าเฟสบุคของอาจารย์ โดนแฮกมีอะไรอย่างโอนเงินไปให้เด็ดขาด และได้แท็กกลับมาที่เฟสของอาจารย์เอง เลยอยากฝากเตือนถ้ามใครจะมายืมเงินหรือว่าให้เติมเงินโทรศัพท์ ให้ดีให้โทรศัพท์กลับมาถามก่อน อย่างไปเชื่อถือข้อความในเฟสบุค ในวันนี้เลยได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามหาผู้กระทํามาดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

Facebook Comments

ดวงสุดเฮง!! ครูสาวกศน.พะเยา ถูกหวย 4 ใบ รับโชค 24ล้าน

วันที่ 16 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก ณัฐพัฒน์ พิพัฒน์พรชัย โพสต์ภาพเศรษฐีใหม่ จ.พะเยา เมื่อโชคดีครั้งใหญ่ได้ทรัพย์ก้อนโต 24 ล้านบาท จากสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 หมายเลข 775476 งวดที่ 31 ชุดที่ 23

สำหรับ เศรษฐีใหม่ ได้เงินก้อนโต รายนี้คือ ครูดา ครูกศน.พะเยา บ้านร่องเข็ม ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา

โดยเฟซบุ๊ก ณัฐพัฒน์ พิพัฒน์พรชัย ระบุว่า 24 ล้านงวดนี้อยู่ที่จ.พะเยา ขอแสดงความยินดีกับครูดา ครูกศน.พะเยา บ้านร่องเข็ม ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา ถูกลอตเตอรี่สลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 เป็นเงิน 24 ล้านบาท

Facebook Comments

รับโชคใหญ่!! ยายฝันเก็บเห็ด ( เก็บ 7,เห็ด 6) ถูกหวย 12ล้าน

วันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านใน ต.ตูม อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ถูกหวย 12 ล้าน และได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปรางค์กู่ ไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบบรรดาญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านจำนวนมาก กำลังแสดงความยินดีและนำฝ้ายมาผูกแขนให้กับ นางมะลิวัลย์ ทองหล่อ อายุ 60 ปี เจ้าของลอตเตอรี่ 12 ล้าน โดยเจ้าของบ้าน ยังจัดข้าวปลาอาหารมากินฉลองกันอย่างคึกคัก พร้อมเสียงร้องตะโกนไชโยกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน

จากนั้นนางมะลิวัลย์ นำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ฉบับ เป็นงวดที่ 32 ชุดที่ 51 หมายเลข 775476 และงวดที่ 32 ชุดที่ 52 หมายเลข 775476 รางวัลฉบับละ 6 ล้านบาท รวมมูลค่า 12 ล้านบาทมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ดู พร้อมระบุว่า ยายเป็นชาวส่วย คืนวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นคืนวันพระ ได้ฝันว่า เข้าไปเก็บเห็ดในป่าและเก็บเห็ดระโงกได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงนี้ต้นมะยมที่ปลูกอยู่หน้าบ้านจะออกผลทางปลายก้านมะยม ซึ่งจะทำให้ยายโชคดีถูกหวยเป็นประจำ

“พอตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า จึงเดินทางเข้าไปที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ แล้วซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 76 เนื่องจากว่าชอบเลขนี้ เพราะเห็ดก็หมายถึง 6 ส่วนคำว่าเก็บ เป็นภาษาส่วย หมายถึง 7 อีกทั้งยายมีชื่อเล่นว่า สิงห์ หมายถึง 4 จึงได้ซื้อเลขท้าย 476 พอถึงช่วงบ่ายวันนี้หยิบลอตเตอรี่ที่ซื้อมา 2 ใบมานั่งฟังผลการประกาศรางวัล ปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 ตอนนั้นดีใจมาก ”

ยายมะลิวัลย์ กล่าวต่อว่า เงินรางวัลที่ได้มา 12 ล้านนี้ จะนำเอาไปใช้หนี้ที่กู้ยืมเงินมาส่งเสียให้ลูก 3 คน เรียนหนังสือประมาณ 1 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งจะนำเอาไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ และจะเก็บเงินส่วนที่เหลือไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายของชีวิต เนื่องจากยายและสามีซึ่งพิการ ไม่สามารถที่จะทำงานหาเงินได้แล้ว จึงจะเก็บเงินเอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัวและเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกหลานไว้ใช้เรียนหนังสือต่อไป

Facebook Comments

“บิ๊กตู่” ยันถวายสัตย์ฯครบถ้วน ลั่น!ไม่กลัวเข้าสภาฯ เผยฝ่าย ก.ม. บอกต้องระวังให้มากที่สุด

วันที่ 16 ส.ค.62 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 กรณีที่นายกรัฐมนตรีกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่าเป็นเรื่องของกลไกลของรัฐสภา ซึ่งตนเองก็เคารพ แต่ขอให้เป็นกระบวนการของรัฐสภาไป ทุกครั้งที่ตนไม่ได้ไปตอบกระทู้ เพราะมีภารกิจงานที่วางไว้แล้ว หากจะตั้งกระทู้ถามมาใหม่ก็ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะไปตอบกระทู้ด้วยตัวเองได้หรือไม่ พร้อมชี้แจงว่า การลงพื้นที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนไม่ไปเตะฟุตบอลเอาสนุก แต่ไปตรวจงาน พร้อมทั้งไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้พิการทางสายตา เพื่อดูแลผู้ด้อยโอกาสทางสายตา
ส่วนที่คนมองว่า เอาเวลาว่างไปเตะฟุตบอลนั้น ขอให้เข้าใจว่าเป็นคนละเรื่อง เพราะไม่ได้ไปทำแค่เรื่องเตะฟุตบอลและชักเย่ออย่างเดียว แต่ไปสร้างความสัมพันธ์กับคนเหล่านั้น ให้เขารู้สึกว่าเราดูแลและไม่ทอดทิ้งคนเหล่านั้น

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า เมื่อวานนักธุรกิจเข้าพบ ล้วนให้ความสนใจประเทศไทย ไม่มีใครปฏิเสธประเทศเรา เพราะไทยเป็นดินแดนที่มีชีวิตชีวา อาจจะรักแรง โกรธแรง เกลียดแรงกันบ้าง เดียวก็หาย เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมายุยงปลุกปั่นให้เกลียดชังกัน เพราะสถานการณ์โลกทุกวันเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า หากประธานสภาบรรจุญัตติของฝ่ายค้านเข้าสภา จะไปตอบและชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ เพราะ ชวน หลีกภัย ประธานสภา บอกว่า จะเป็นกระทู้หรืออภิปรายญัตติ นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง พล.อ. ประยุทธ์ ระบุว่า ก็แล้วแต่ประธานสภา แต่ขอขอบคุณประธานสภาที่ชี้แนะ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่กลัวการเข้าสภาและอภิปราย พร้อมขอบคุณฝ่ายค้านที่ปรารถนาดีกับตนเอง

นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ตนเชื่อมั่นว่าทำครบถ้วนกระบวนการ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนจะต้องเร่งเคลียร์งานเพื่อเข้าสภาไปตอบกระทู้หรือไม่ วันนี้ตนยังไม่รู้ว่าจะตั้งกระทู้หรือไม่ แต่ย้ำว่า ตนมีขั้นตอนการแก้ปัญหาอยู่แล้ว เพราะมีฝ่ายกฎหมายให้คำชี้แนะ ก็ต้องฟัง อะไรที่จะมีผลกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ ตนก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ตนกระทำต่อหน้าพระพักตร์ อยากให้เข้าใจให้ตรงกัน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมชมการฝึกและพิธีปิดการฝึกของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น.

พล.อ. ประยุทธ์ ยังยืนยันว่า ตนไม่เคยเสียสมาธิ ยังเดินเข้มแข็ง เดินตรงทางตลอด ไม่มีหกล้ม วันนั้นหกล้มกับเด็ก เพราะเตะฟุตบอล แต่หาว่าซวนเซ ตนจะไปเตะรุนแรงกับเด็กก็ไม่ได้ พร้อมขอให้สื่อช่วยดูว่าการเมืองทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ โดยเฉพาะในสภา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ที่ตนเอง แต่ต้องแก้ที่ประชาชน ซึ่งประชาชนต้องช่วยกัน

พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยว่า การประชุมสภากลาโหมนัดแรกเป็นเพียงการสั่งการ ไม่ได้มีการนำเรื่องวาระการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2562 เข้าที่ประชุม ซึ่งตนก็ย้ำกับที่ประชุมให้สอบประวัติให้ดี อย่าให้มีปัญหาในการพิจารณาในชั้น คณะกรรมการสภากลาโหม ส่วนมีตำแหน่งใดยังไม่ลงตัวหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ ย้ำว่าไม่มี เป็นเรื่องการตัดสินใจของหน่วยและมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินอยู่แล้ว

Facebook Comments

เช็คเงื่อนไข!! รัฐแจกเงิน ยาก ดี มี จน ได้ตังค์ใช้กันทั่วหน้า

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ถูกเข็นออกมายิบย่อยหลายรายการ ยาก ดี มี จน ล้วนได้เงินใช้กันทั่วหน้า เพราะรัฐใช้เม็ดเงินสูงถึง 316,000 ล้านบาท แต่เงินจำนวนนี้กระเด็นเข้ากระเป๋าคุณบ้างหรือไม่  ขอไล่เรียงไว้เป็นรายการให้คุณเข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

“มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ”
ใครได้ : ผู้ลงทะเบียน 10 ล้านคนแรก (อายุ 18 ปีขึ้นไป)
ได้เท่าไหร่ : 1,000 บาทต่อคน เพื่อนำไปใช้ท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ตามบัตรประชาชน
แถมให้อีก : รัฐชดเชยให้อีก 15% จากยอดใช้จ่ายท่องเที่ยว (กิน, ที่พัก, สินค้าท้องถิ่น) ไม่เกิน 30,000 บาท

“มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

(1.) ใครได้ : ผู้ถือบัตรคนจน (เดิมได้ 200 บาทต่อเดือน)
ได้เท่าไหร่ : เพิ่มเงิน 500 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค (สิงหาคม-กันยายน 2562)

(2.) ใครได้ : ผู้ถือบัตรคนจนที่เข้าเงื่อนไข (จ่ายเพิ่มจากเงินที่ได้รับปกติ)
ได้เท่าไหร่ : 300 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี (สิงหาคม-กันยายน 2562)

(3.) ใครได้ : ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ได้เท่าไหร่ : เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

“มาตรการเพื่อบรรเทาค่าครองชีพสำหรับเกษตรกร”
ใครได้ : เกษตรกรทุกรายที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (2.97 ล้านราย)
ได้เท่าไหร่ : สนับสนุนเงิน 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่

“มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง”
1.ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเวลา 1 ปี
2.ให้สินเชื่อฉุกเฉินจาก ธ.ก.ส. คนละไม่เกิน 50,000 บาท ปีแรกฟรีดอกเบี้ย รวมวงเงิน 50,000 ล้านบาท
3.ปล่อยสินเชื่อฟื้นฟูความเสียหายจากผลกระทบภัยแล้งรายละไม่เกิน 5 แสนบาท วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท
4.ขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ของ ธ.ก.ส.

Facebook Comments